| ยุทธวิธีสู่ความสำเร็จด้วย 6 ดี โดย..วิฑูรย์ ลิ้มประเสริฐ ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ กระผมเชื่อเหลือเกินว่ามนุษย์ทั้งหลายต่างต้องการแสวงหาความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น เพราะความสำเร็จนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติคุณและความสุขใจ ความสำเร็จของคนทุกคนคือรางวัลแห่งชีวิต และสามารถเป็นอนุสาวรีย์แห่งชีวิตได้ แต่มนุษย์เราจะถึงฝั่งแห่งความสำเร็จได้อย่างไร จะใช้หลักการและกระบวนการใดไปสู่ความสำเร็จนั้น กระผมคิดว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องของโชค 10 % และเป็นเรื่องของกรรมคือการกระทำ 90 % ครับ
ท่านที่เคารพครับ ความสำเร็จมีหลายด้าน เช่น ด้านการบริหาร ด้านการปกครอง ด้านการเมือง ด้านการศึกษา ด้านการครองเรือน และด้านธุรกิจเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม กระผมจะพูดถึงหลักการหรือทฤษฎีใหญ่ ๆ ที่ประชาคมโลกเขาใช้เป็นยุทธวิธีเพื่อกรุยทางไปสู่ความสำเร็จแห่งชีวิต ซึ่งมีทั้งหมด 6 ดี ด้วยกัน ดังนี้ครับ
1. Dream หมายถึงการเป็นคนช่างฝันช่างคิด การเป็นคนช่างคิด ช่างฝัน จะทำให้เกิดความทะเยอทะยาน คือความอยากที่พระเรียกว่า ตัณหา เมื่อมีความอยาก มนุษย์เราก็จะใฝ่เรียนใฝ่รู้และใฝ่พัฒนา เมื่อใฝ่พัฒนาก็จะทำให้เกิดความคิดในมิติต่าง ๆ คือ คิดกว้าง คิดลึก และคิดไกล ที่เรียกว่า วิสัยทัศน์ และคนที่มี วิสัยทัศน์ก้าวไกล ก็มักจะเป็นคนชอบเรียนรู้ ชอบแสวงหาขอบฟ้าแห่งความรู้อยู่สม่ำเสมอ
ท่านที่รักครับ เมื่อก่อนเขาพูดกันว่า ความรู้คืออำนาจ ความรู้คือวิสัยทัศน์ แต่ปัจจุบันนี้ ไม่ใช่แล้วนะครับ เพราะกระผมได้อ่านหนังสือหลายเล่ม และได้ยินนักวิชาการหลายท่านพูดเหมือนกันว่า ความรอบรู้คืออำนาจ ความรอบรู้คือวิสัยทัศน์ แสดงว่า วิสัยทัศน์ ก็มีการพัฒนาเหมือนกันครับ เพื่อยืนยันว่าคำพูดนี้เป็นจริง กระผมขอยกตัวอย่างคือ กระผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขารู้เรื่องวงการมวยดีมาก เขารู้จักนักมวยชื่อ ยักษ์ ปราสาทหินพิมาย โผน กิ่งเพชร ชาติชาย เชี่ยวน้อย พันทิพย์ แก้วสุริยะ อภิเดช ศิษย์ หิรัญ เดชฤทธิ์ อิทธิอนุชิต เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย และยังรู้จักนักมวยคนอื่น ๆ อีกอย่างดียิ่ง แต่พอคนอื่นพูดเรื่อง การเมือง การศึกษา การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนของผมจะรู้สึกอึดอัด เพราะเขาต้องนั่งเงียบเป็นตุ๊กตาประดับโต๊ะอาหารครับ
ก่อนที่กระผมจะพูดถึงบุคคลผู้มีวิสัยทัศน์ที่มีพระคุณต่อชาวโลกอย่างเหลือล้น กระผมขอพูดถึงความหมายของวิสัยทัศน์ และผู้ที่กล่าวถึงความสำคัญของวิสัยทัศน์ดังนี้ครับ
วิสัยทัศน์ หมายถึง จินตภาพใจอนาคตที่เด่นชัดในความคิดของบุคลหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจสภาพปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จินตภาพดังกล่าว มีอิทธิพลต่อการสร้างแรงจูงใจ บันดาลใจให้บุคลนั้นมีความมุ่งมั่น มีแรงจูงใจใฝ่สู่สัมฤทธิ์ ส่งผลให้บุคคลนั้นดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์และความล้มเหลว เพราะมีความหวังอยู่เสมอว่า จินตภาพนั้นจะเป็นจริงในอนาคต
การมีวิสัยทัศน์ ย่อมจะนำมาซึ่งความสำเร็จที่แท้จริงของชีวิต และเป็นความสำเร็จที่มีคุณค่า น่าประทับใจ เราเริ่มต้นจาก ความฝัน และการบรรจงสร้างสรรค์ให้ ความฝัน นั้นเป็นความจริงด้วยตัวของเราเอง เป็นความสำเร็จที่มิใช่ได้มาด้วย ความบังเอิญ แต่ได้มาด้วย วิสัยทัศน์ ที่เกิดจากความใฝ่ฝัน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และการปกครองไทย ทรงตรัสไว้ว่า ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะผู้บริหารและผู้ปกครองในสมัยอดีต มีวิสัยทัศน์ มีจินตนาการ มองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต จึงวางแผน และหาวิธีแก้ปัญหาไว้แต่เนิ่น ๆ
พลตรีหลวงวิจิต วาทการ กล่าวไว้ว่า คนที่มีวิสัยทัศน์คือคนที่ต้องการความสำเร็จในชีวิต ส่วนคนที่ไม่มีวิสัยทัศน์นั้น คือ ผู้พ่ายแพ้สำหรับวันนี้ และเป็นผู้ที่ตายแล้วสำหรับวันพรุ่งนี้ และวันต่อ ๆ ไป
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกล่าวไว้ว่า จินตนาการสำคัญมากกว่าความรู้ ข้อนี้ หลาย ๆ ท่านคงไม่เห็นด้วย แต่เป็นความจริงนะครับ เพราะ Bill Gate มหาเศรษฐี อันดับต้น ๆ ของโลก เขาเรียนไม่จบปริญญาที่มหาวิทยาลัย ฮาร์หวาด แต่เขามีจินตนาการว่า ในช่วงชีวิตของเขา บ้านทุกหลังในโลกนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ และท่าน โธมัส เอดิสัน ก็ไม่จบปริญญาตรี แต่ก็สามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกและสามารถทำให้จินตนาการของท่านเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทั่วโลกตอลดกาล
ไมเคิล ฟาราเดย์ บิดาแห่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากล่าวไว้ว่า เขาจินตนาการเรื่องกระแสไฟฟ้าในสมองของเขาตลอดเวลา สิ่งที่เขาจินตนาการนั้น เป็นแรงผลักดันให้เขาดำเนินชีวิตในวิถีทางที่เขาประสบความสำเร็จได้
กระผมขอกล่าวถึงมนุษย์ผู้มีความปรารถนาอันแรงกล้า มีวิสัยทัศน์อันยาวไกล และเป็นผู้มีพระคุณต่อชาวโลกอย่างล้นเหลือ ดังนี้ครับ
คนแรกคือ ท่าน โธมัส อีวา เอดิสัน ท่านเห็นดวงดาว ส่องแสงสว่างจ้าในยามราตรี ท่านจึงคิดว่า มนุษย์ควรจะมีอะไรสักอย่างที่ส่องแสงสว่างเหมือนดวงดาว และท่านจึงทดลองประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า ท่านทำการทดลองและล้มเหลวมากกว่า 2 พันครั้ง แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ ท่านไม่เคยหมดกำลังใจจนมีคนถามท่านว่า ท่านรู้สึกอย่างไรที่ท่านล้มเหลวในการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าถึง 2,000 ครั้งแล้ว แต่ท่าน โธมัส เอวา เอดิสัน ตอบว่า ผมไม่เคยล้มเหลวแม้แต่เพียงครั้งเดียว เพราะ 2,000 ครั้งที่ผ่านมานั้น ล้วนแต่เป็นขั้นตอนที่จะนำผมไปสู่ความสำเร็จ
ท่านที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่กระผมอดที่จะนำมาพูดในที่นี่ไม่ได้ก็คือว่า มีคนถามว่า ท่านรู้สึกอย่างไรที่ท่านล้มเหลวในการประดิษฐ์แบตเตอร์รี่ประจุไฟฟ้าถึง 25,000 ครั้ง ท่าน โธมัส เอดิสัน ตอบว่า ท่านไม่เคยล้มเหลวเลย เพราะ 20,5000 ครั้งนั้น ล้วนแต่เป็นบทเรียนและเป็นกระบวนการสู่ความสำเร็จของท่านทั้งสิ้น
ท่านที่เคารพครับ ท่าน โธมัส เอดิสัน อาศัยความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยาน และวิสัยทัศน์อันยาวไกล ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติมากกว่า 1,300 ชนิด
สุดท้ายเพื่อเป็นการเชิดชูคุณงามความดีของท่าน โธมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก กระผมขอยกวิสัยทัศน์ของท่านมากล่าวดังนี้ครับ ท่านกล่าวไว้ว่า ท่านมีจินตนาการอันเจิดจ้า ท่านมองเห็นแสงสว่างจากหลอดไฟตลอดเวลา และในที่สุด ด้วยความพยายามและวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ ท่านก็ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ท่านคิดและจินตนาการ
ท่านที่เคารพครับ ผู้ที่มีความใฝ่ฝันอันสูงส่ง มีความทะเยอทะยาน มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยมซึ่งเป็นผู้มีพระคุณต่อชาวโลกที่กระผมต้องพูดถึงอีกคือ
1. สองพี่น้องกระกูลไร้ท์ เห็นนกบินได้ จึงเกิดความคิด เกิดความใฝ่ฝันอยากให้มนุษย์สามารถบินได้เหมือนนก จึงประดิษฐ์เครื่องร่อน ทดลองและล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยพลังแห่งความใฝ่ฝัน พลังแห่งความมุ่งมั่น ในที่สุดมนุษย์ก็มีเครื่องบินนั่ง ในที่สุดมนุษย์ก็บินได้ และบินได้ดีกว่านก เพราะบินได้เร็วกว่า บินได้ไกลกว่า และบินได้ทีละจำนวนมาก ๆ
2. นายเฮนรี่ฟอร์ด ท่านเห็นรถเทียมม้า เห็นเกวียนเทียมโคกระบือ ท่านอยากให้มนุษย์เดินทางสะดวกสบาย ท่านจึงทดลองประดิษฐ์รถยนต์ ท่านล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในที่สุด ด้วยพลังแห่งความพยายาม ด้วยพลังแห่งความวิริยะอุตสาหะ และด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า ท่านก็ทำให้ความฝันเป็นจริง และความฝันของท่านก็เป็นคุณประโยชน์ต่อชาวโลกจนอย่างอเนกอนันต์ถึงปัจจุบัน
เพื่อเชิดชูและระลึกถึงพระคุณของท่าน เฮนรี่ ฟอร์ด กระผมขอยกคำพูดของท่านที่กล่าวไว้ว่า ในอนาคต บนถนนจะต้องมีรถยนต์วิ่งกันอย่างมากมาย มนุษย์จะต้องเดินทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากกว่าในปัจจุบัน ด้วยจินตนาการอันอันมั่นคง ด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกล ของท่าน เฮนรี่ฟอร์ด มนุษย์จึงมีรถยนต์เป็นพาหนะในปัจจุบัน ครับ
ท่านที่เคารพครับ ที่กระผมมาพูดทั้งหมดนี้ คืออิทธิพลของความฝันซึ่งนำมาซึ่งความทะเยอทะยานอยาก นำมาซึ่งวิสัยทัศน์ และในที่สุดก็นำมาซึ่งความสำเร็จ และเป็นความสำเร็จเพื่อประโยชน์สุขของมนุษยชาติทั่วโลก ท่านที่เคารพครับ ถ้าไม่มีกิเลสตัณหาเป็นตัวผลักดัน ก็ไม่มีวันเข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน ฉันใด ถ้าไม่มีความใฝ่ฝัน ไม่มีความปรารถนาอันแรงกล้า ก็ไม่มีวันเข้าถึงกระแสแห่งความสำเร็จ ฉันนั้น และก่อนที่จะจบการพูดเรื่อง Dream หรือวิสัยทัศน์ กระผมขออ่าน กาพย์ยานี 11 ที่ชื่อว่า วิสัยทัศน์ ประกอบดังนี้ครับ
วิสัยทัศน์
คำว่า วิสัยทัศน์
ศัพท์บัญญัติภาษาไทย
คิดลึกมองการณ์ไกล
คือวิสัยบัณฑิตชน
ผู้ใดใฝ่ก้าวหน้า
พัฒนาปัญญาตน
สมองไม่มืดมน
สว่างทนตลอดกาล
คนมี วิสัยทัศน์
สารพัดรู้เหตุการณ์
รู้ด้วยปรีชาชาญ
รู้เหตุการณ์ก่อนผู้ใด
คาดการณ์ได้ล่วงหน้า
ด้วยวิชาผ่องอำไพ
รู้สุขรู้ทุกข์ภัย
สรรพ์สิ่งใดจะเกิดมี
คนมี วิสัยทัศน์
เพราะฝึกหัดเนิ่นนานปี
ศึกษาถูกวิธี
ทำงานดีมีขั้นตอน
ความคิดเป็นระบบ
สิ่งพานพบช่วยสั่งสอน
ประสบการณ์อันบวร
ช่วยโคจรสู่เส้นชัย
คนขาด วิสัยทัศน์
เหมือนถูกมัดทั้งกายใจ
ห่างแดนซิวิไลซ์
ห่างแสงไฟไกลแสงธรรม
ชีวิตขาดความสุข
ไม่สนุกทุกข์ชอกช้ำ
ชาตินี้เหมือนมีกรรม
ไม่เลิศล้ำชั่วชีวา
คำว่า วิสัยทัศน์
ควรฝึกหัดใฝ่ฝันหา
รอบรู้ศาสตร์วิชา
ด้วยปรัชญาแห่งความดี
เทพไททั่วโลกหล้า
ชาติประชาร่วมเปรมปรีดิ์
วิสัยทัศน์ คือสิ่งดี
ทั่วโลกนี้ต่างชื่นชม
2. Dig หมายถึงการขุด มนุษย์จะประสบสำเร็จได้ต้องมีการขุด 2 ประการคือ ประการแรก คือการขุดเอาความรู้ความสามารถของตนออกมาใช้ประโยชน์ให้ได้ เราต้องสำรวจตนเองว่า เรามีจุดอ่อน จุดแข็ง มีอุปสรรค และมีโอกาสที่จะก้าวสู่ความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร ท่านที่เคารพครับ กระผมกล้าพูดว่า มนุษย์ทุกคน มีจุดอ่อน มีจุดแข็ง มีอุปสรรค และมีโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้นครับ กระผมกล้ายืนยันว่า ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้ ดีและเก่งอย่างสมบูรณ์แบบ และ ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้ เลวและโง่อย่าง 100 % เช่นกันครับ ดังนั้น ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เราต้องวิเคราะห์ชีวิต วิเคราะห์ศักยภาพของตัวเราอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราได้ข้อมูลของตัวเราแล้ว เราต้องขุดเอาสิ่งดี ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและสังคมครับ ส่วนที่ไม่ดี ส่วนที่เป็นจุดอ่อน และอุปสรรคของเรา ก็ต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ
เมื่อพูดถึงการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข แล้ว เพื่อความขลังของการพูด กระผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันที่ว่า
ที่ใดมีการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข และเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ที่นั้น กำลังเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ในทางตรงกันข้าม ถ้าที่ใดไม่มีการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข แต่หยุดนิ่งอยู่ตลอดเวลา ที่นั้น ก็เหมือนน้ำเน่า หรือไม้ตายซากที่หมดโอกาสเจริญแล้ว
ท่านที่เคารพครับ การขุดประการที่สองคือ ต้องขุดเอาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของคนรอบข้างหรือเพื่อนร่วมงานออกมาใช้ประโยชน์ให้ได้ การที่เราจะทำเช่นนั้นได้ เราต้องรู้ เราต้องเข้าในอุปนิสัยของเขา เราต้องเข้าในความรู้ความสามารถและธรรมชาติของเขา ต้องมอบงานที่เขาชอบและถนัด ถ้าเขาชอบและถนัดเขาจะทำได้ดีเกินกว่าที่เราคิดนะครับ ในหนังสือว่าด้วยการบริหารงานบุคคลมักมีคำเตือนใจเป็นภาษาอังกฤษว่า Put the right man to the right job
ท่านที่รักครับ ก่อนจะจบเรื่องการขุด กระผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันมาประกอบการบรรยาย ดังนี้ครับ
การทำงานให้สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถ 2 ประการคือ 1. ความสามารถในการใช้วิชาความรู้ของตน 2. ความสามารถในการสานสัมพันธ์เพื่อใช้ความรู้ของผู้อื่น ทั้งสองประการนี้ ต้องดำเนินควบคู่กันไป และจำเป็นต้องกระทำด้วยความสุจริตกาย สุจริตใจ ด้วยความคิดเห็นที่เป็นอิสระ ปราศจากอคติ และด้วยความถูกต้องตามเหตุตามผลด้วย จึงจะช่วยให้งานบรรลุเป้าหมาย และประโยชน์ที่พึงประสงค์โดยครบถ้วนแท้จริง
3. Discuss หมายถึงการประชุมปรึกษาหารือกัน ที่ใดมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสม่ำเสมอ ที่นั่นย่อมมีปัญญาชนอยู่มากมาย เพราะการประชุมคือการถ่ายถอดความรู้ของคน ๆ หนึ่ง ไปสู่คนอื่น ๆ การประชุมคือการพัฒนาศักยภาพความคิดของมนุษย์ ท่านที่เคารพครับ อานาสงค์ของการประชุมปรึกษาหารือกันด้วยรูปแบบต่าง ๆ เช่นการประชุมและการสัมมนา การประชุมและการสัมมนามีคุณอเนกอนันต์เพียงใด กระผมขอยกข้อเขียนของอดีตมหาปราชญ์ของเมืองไทย ดังนี้ครับ ท่านพระยาอนุมานราชธน เขียนไว้ในหนังสือ หิโตประเทศว่า บ้านเมืองใด สถาบันใด มีการประชุมกันอยู่เนืองนิตย์ กิจการต่าง ๆ ของบ้านเมืองนั้น ย่อมเจริญรุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคนานาประการ
ท่านที่เคารพทุกท่าน กระผมขอยกตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่างนะครับ เพราะสำคัญจริง ๆ ครับ ในสมัยพระพุทธกาล เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ผู้ปกครอง แคว้นวัชชี ปกครองบ้านเมืองอย่างเข็มแข็ง เพราะมีความสามัคคีเป็นที่ตั้ง ความสามัคคีนั้นเกิดขึ้นเพราะมีการประชุมกันอย่างสม่ำเสมอ แต่ภายหลังถูก วัสสการพรามณ์ คนของ พระเจ้าอชาตศรัตรู เข้าไปยุแหย่ จึงแตกความสามัคคีและไม่มีการประชุมกันอีกเลย และในที่สุดก็ถูกพระเจ้าอชาตศรัตรู ผู้ปกครอง แคว้นมคธ ตีแตก และแคว้นวัชชี ที่เคยสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองตลอดมา ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้าอชาตศรัตรู
ท่านที่เคารพครับ องค์กรทุกองค์กร จะเข้มแข็งได้ก็เพราะมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเสมอต้นเสมอปลายเท่านั้นครับ เพราะการประชุมนำมาซึ่งความสามัคคี การประชุมนำมาซึ่งเอกภาพทางความคิด เพราะถ้าคนในองค์กรมีความคิดเห็นเป็นเอกภาพ ทุกอย่างก็จะเป็นเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน สุดท้ายของเรื่อง Discuss นี้ กระผมขอกราบเรียนว่า การประชุม คือหัวใจของการบริหารองค์กร ยิ่งถ้าเป็นองค์กรใหญ่ ๆ ก็ต้องมีการประชุมให้ถี่มากขึ้น รัฐบาลไทยประชุมสัปดาห์ละครั้ง ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนก็มีการประชุมกันเพิ่มขึ้น สมัยที่ประเทศสิงคโปร์สร้างชาติสร้างแผ่น รัฐบาลของเขาประชุมทุกวัน และบางวันก็ประชุมมากกว่า 1 ครั้งครับ
4. Design หมายถึงการออกแบบ หมายถึงการวางแผนของงาน วางแผนขององค์กร หรือเรียกให้เพราะ ๆ ก็คือ การวางยุทธศาสตร์ให้กับองค์กรนั้นเอง การวางแผนไปสู่เป้าหมายขององค์กรนี้สำคัญมาก ๆ นะครับ การเดินทางต้องมีเข็มทิศคอยบอกทางฉันใด การทำธุรกิจหรือ การบริหารชีวิตก็ต้องมีทิศทางฉันนั้น เพราะถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราก็จะไม่มีโอกาสไปถึงฝั่งแห่งความสำเร็จตามที่เราต้องการได้ ท่านที่เคารพครับ กระบวนการวางแผนมีดังนี้ครับ
1. การเตรียมการหาข้อมูล เราจะให้ใครหาข้อมูล เราจะหาข้อมูลจากที่ไหน และเราจะใช้วิธีใด หรือใช้กระบวนการใดในการหาข้อมูล
2. การวิเคาระข้อมูลและปัญหา ศึกษาข้อมูลที่รวบรวมไว้แล้วว่า ข้อมูลเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง จะใช้ข้อมูลอย่างไรเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ กับองค์กร เราจะใช้ข้อมูลประเภทเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย ( goal ) ขององค์กร
3. การกำหนดแผนงานและโครงการต่าง ๆ นั้นคือ การเขียนแผน ซึ่งประกอบด้วย แผนงาน ( program ) โครงการ ( project ) และ กิจกรรม ( activity )
4. การปฏิบัติตามแผน คือการนำแผนที่ทำไว้แล้วออกมาปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้กระบวนการบริหารต่าง ๆ ได้แก่การจัดระบบงาน การวางตัวบุคคล การอำนวยการสั่งการ การตรวจนิเทศ การควนคุมงาน เป็นต้น
5. การประเมินผล เมื่อดำเนินการตามแผนระยะหนึ่ง ควรมีการตรวจสอบและประเมินผล การประเมินผลจะทำให้เรารู้ จุดแข็ง จุดอ่อน และอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง แผน ให้ดีต่อไป
5. Decide หมายถึงการตัดสินใจ กระบวนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับกระบวนการวางแผน ครับ คนที่ตัดสินใจได้ดี ไม่ไม่มีผิดพลาดก็เพราะมีข้อมูลที่แม่นยำ และลักษณะของแผนที่ดีต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ต้องมีแผนระยะสั้น มีแผนระยะกลาง มีแผนระยะยาว มีแผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม เป็นต้น เพราะถ้าเราพลาดแผนที่หนึ่งและที่สอง เราอาจใช้แผนที่สามได้ทันท่วงทีครับ
6. Do หมายถึงการกระทำ ท่านที่เคารพครับ มีผู้บริหารหลายท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยม กล้าวางแผน วางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ กล้าพูด กล้าคิด แต่ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่กล้าลงมือกระทำ จึงทำให้การวางแผน การพูด และการคิด ทั้งหมดไม่มีความหมาย ท่านที่เคารพทุกท่านครับ ท่านอาจารย์ คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ซึ่งเราถือว่า ท่านเป็นนักปราชญ์คนหนึ่งของเมืองไทย เคยกล่าวว่า มีวิสัยทัศน์ แต่ไม่ลงมือกระทำ ก็ทำให้วิสัยทัศน์เป็นหมัน ลงมือกระทำโดยไม่มีวิสัยทัศน์ ก็ทำให้การกระทำนั้นไร้ผล
ท่านที่เคารพครับ เมื่อปี พ.ศ. 2502 ประเทศสิงคโปร์ ประกาศแยกตัวออกจากประเทศมาเลเซีย แต่ประชาชนยากจนค้นแค้นแสนสาหัส ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2508 จึงขอกลับเข้าไปรวมเป็นประเทศเดียวกันกับประเทศมาเลเซียอีก แต่ประเทศมาเลเซียปฏิเสธเพราะมาเลเซียก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นเดียวกัน ในที่สุดท่านลีกวนยู จึงเข้ามาบริหารประเทศ และทำให้ประเทศสิงคโปร์เจริญก้าวหน้าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ท่านที่เคารพครับ ก่อนที่ ท่านอดีตนายก ฯ ลีกวนยู จะลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ท่านกล่าวเป็นคติเตือนใจของนักบริหารประเทศรุ่นหลังไว้ว่า ผู้ใด กล้าพูด กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้าทำ ผู้นั้นเป็นผู้ชนะ
ท่านที่เคารพรักครับ ทฤษฎีสู่ความสำเสร็จที่กระผมนำมาฝากท่านในวันนี้ มีชื่อว่า สู่ความสำเร็จด้วย 6 ดี ซึ่ง ดีตัวที่หนึ่ง คือ Dream ความฝัน ดีตัวที่สองคือ Dig การขุด ดีตัวที่สามคือ Discuss การประชุม ดีตัวที่สี่คือ Design การออกแบบหรือการวางแผน ดีตัวที่ห้าคือ Decide การตัดสินใจ ดีตัวที่หกคือ Do การกระทำ
ท่านที่เคารพรักทั้งหลายครับ ก่อนจบการพูดในเชิงวิชาการวันนี้ ด้วยความรักและเคารพด้วยใจจริง กระผมจึงขอฝากคติธรรม คำคมดังนี้ครับ
1. มีความรู้ความสามารถมากเท่าใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม
2. มี vision ดีเยี่ยมเพียงใดก็ไร้ผล ถ้าเป็นคนไม่มี action คือไม่ลงมือกระทำ
3. ท่านที่รักครับ ข้อ 3 นี้ พึ่งได้มาหมาด ๆ ครับ ยังอุ่น ๆ อยู่เลยครับ คือ ถ้ามีแต่
action action action คือ ทำ ทำ ทำ ก็จะทำให้ระกำใจ ถ้าไร้ซึ่ง Vision
ครับ
4. รู้ธรรมะ มากเท่าใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
หมายเหตุ :
คนโง่มากจะทำลายโอกาสที่มาถึง คนโง่น้อยจะปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป
คนฉลาดจะรู้จักฉวยโอกาส ส่วนคนเก่งจะรู้จักสร้างโอกาสให้ตนเอง
มีคนดีสิบคน ยังไม่นับว่ามีมาก แต่มีคนชั่วเพียงคนเดียว นับว่ามีมากเกินพอ ฉันใด
มีมิตรดีสิบคน ยังไม่นับว่ามีมาก แต่มีศัตรูเพียงคนเดียว นับว่ามีมากเกินพอ ฉันนั้น
|
|
|